การบริการรักษาผู้ป่วยยาเสพติด

โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ให้บริการรักษาผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติด ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ดังนี้

1. ผู้ป่วยที่มาเองหรือญาตินำมา

2. ผู้ป่วยที่ส่งมารักษาตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545

 

ขั้นตอนการให้รับริการ

1. ผู้ป่วยที่มาเองหรือญาตินำมา การบริการมี 2 รูปแบบ ดังนี้

1.1 แบบผู้ป่วยนอก เป็นการบำบัดรักษาทางกายและจิตสังคม ตามสภาพปัญหาและอาการของผู้ป่วย ผู้ป่วยจะได้รับการนัดมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าแพทย์จะสั่งหยุดการรักษาหรือส่งต่อไปรับยาใกล้บ้าน ญาติควรมากับผู้ป่วยด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบำบัดและรับทราบแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้การบำบัดมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มาก

 

1.2 แบบผู้ป่วยใน เป็นการรับผู้ป่วยไว้บำบัดรักษาในโรงพยาบาลกรณีที่แพทย์พิจารณา ว่ามีความจำเป็นเนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยยาร่วมกับการบำบัดทางจิตสังคมแบบรายบุคคล และ/หรือรายกลุ่ม ที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปอยู่ในชุมชนได้ โดยผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการนัดเพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่องแบบ

ผู้ป่วยนอกหลังออกจากโรงพยาบาล จนกว่าแพทย์จะส่งต่อผู้ป่วยไปรับยาใกล้บ้านหรือสั่งหยุดการรักษา

 

2. ผู้ป่วยที่ส่งมารักษาตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545

โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ เป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูฯ พ.ศ.2545 ให้บริการบำบัดรักษา ฟื้นฟูฯ แก่ผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดฯให้เข้ารับการฟื้นฟูฯ ในโรงพยาบาล การฟื้นฟูฯ มี 2 รูปแบบ คือ

2.1 แบบไม่ควบคุมตัว ใช้หลักปฏิบัติเช่นเดียวกับการบำบัดแบบผู้ป่วยนอกกรณีผู้ป่วยมาเองหรืญาตินำมา

2.2 แบบควบคุมตัว เป็นการรับผู้ป่วยไว้ฟื้นฟูฯ ในโรงพยาบาลจนกว่าจะครบระยะเวลาตามโปรแกรมการฟื้นฟูฯ แบบกลุ่ม และ/หรือรายบุคคล โดยผู้ป่วยที่ถูกส่งมาทั้ง 2 กรณี โรงพยาบาลจะมีการรายงานผลการฟื้นฟูฯ แก่คณะอนุกรรมการฟื้นฟูฯ ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อประกอบการพิจารณาผลการฟื้นฟูฯ ต่อไปแม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการฟื้นฟูฯ จนครบโปรแกรมฟื้นฟูฯ ของโรงพยาบาลแล้ว ถ้าแพทย์ยังคงนัดผู้ป่วยญาติควรนำผู้ป่วยมารับการรักษาต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปอยู่ในชุมชนได้ดียิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ เช่น การรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติ เป็นต้น ให้ครบตามกำหนด จึงจะถือว่าครบกระบวนการฟื้นฟูฯ ตาม พรบ. และสามารถได้รับการพิจารณาผลการฟื้นฟูฯ ว่าเป็นที่พอใจได้ และหลังจากนี้ ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามผลจากสำนักงานคุมประพฤติต่อไปจนครบระยะเวลา 1 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *